วันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2557

Google เผย ทำไมถึงไม่รับสมัครงานเฉพาะเด็กสถาบันดัง

บริษัทระดับโลกอย่าง Google ขึ้นชื่อว่าให้เงินเดือนสูงและมีสวัสดิการที่เยี่ยม สถานที่ทำงานสุดแสนจะสบาย ทำให้เด็กตามมหาวิทยาลัยใฝ่ฝันที่จะเข้ามาทำงานที่นี่ให้จงได้ แต่ Google ไม่รับเด็กที่จบมหาวิทยาลัยดังๆ ซะงั้น!?

ea50

ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ Laszlo Bock หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการบุคคลของ Google มาคลายข้อสงสัยที่ว่า ทำไมไม่จ้างเด็กเรียนเก่งๆ มาทำงานให้กับบริษัทล่ะ?   นจบมหาวิทยาลัยดัง จะไม่ค่อยอ่อนน้อมถ่อมตน  

google

คนที่เราอยากจะจ้างมาทำงานนั้น เขาต้องยอมรับให้ได้ว่าตนเองผิดพลาด และไม่ว่ามันจะเกิดจากตัวเขาหรือคนอื่นๆก็ตามเขาจะไม่ใส่ใจมันนัก เมื่อเขารู้ว่าเขาคิดผิด
เขาก็แค่คิดว่า โอเค เราผิด เราจะเปลี่ยนความคิด มันยังมีอะไรใหม่ๆให้เราเรียนรู้เพิ่มเติม’  คนที่ไม่จบมหาวิทยาลัยดัง แต่ทำงานได้ดี นั่นแหละที่ต้องการ  

เพราะ Google เชื่อว่าอัจฉริยะมีอยู่ทั่วทุกมุมโลก พวกเขาอาจจะไม่ได้เรียนจบ Stanford หรือ Harvard ทำให้หลายๆบริษัทอาจจะมองข้ามเขาไป แต่ถ้าเขาได้ทำในสิ่งที่เขารักเขาก็จะทำมันได้ดี และเราจะทำทุกอย่างเพื่อหาเขาเหล่านั้นให้เจอ   ความสามารถในการเรียนรู้ สำคัญกว่า IQ

google2

ที่จบการศึกษาด้วยผลการเรียนดีที่สุด อาจจะไม่ใช่คนที่ทำงานได้ดีที่สุด เพราะว่าการเรียนมหาวิทยาลัยมันก็แค่รูปแบบหนึ่งของการคิด ซึ่ง IQ จะมีผลมากในจุดนี้ แน่นอนว่าคนที่เรียนเก่งย่อมมี IQ สูง
แต่ในการจ้างงาน สิ่งที่เรามองหาที่สุดคือความสามารถในการเรียนรู้ ซึ่งพวกเขาจะสามารถพัฒนาตนเองได้ในระหว่างการทำงานให้เปลี่ยนจากคนธรรมดาเป็นมืออาชีพ และสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราจะมองหาในระหว่างการสัมภาษณ์ว่าพวกเขามีแค่ไหน
 นี่แหละวิธีการคัดคนให้เหมาะกับงานของ Google ล่ะ ถึงแม้ผลการเรียนจะสำคัญแค่ไหน แต่การเลือกคนที่เหมาะสมกับงานนั้นสำคัญกว่า บริษัทแฮปปี้ ลูกน้องก็แฮปปี้
ที่มา : wegointer

วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2557

13 ลักษณะของพนักงานที่ไม่ได้อินไปกับงาน

13 ลักษณะของพนักงานที่ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์(อันดี)กับงานที่ทำ ซึ่งก็ถือเป็นลักษณะที่พอทำให้สังเกตกันได้อยู่ มีอะไรบ้างนั้น มาลองดูกันเลยครับ

1. เอาแต่บ่น

พนักงานบางคนมักจะไม่พอใจไปกับทุกๆ เรื่องและมันบ่นออกมาชนิดหมีกินผึ้ง (แถมไม่ค่อยจะเสนอทางออกแก้ปัญหาสักเท่าไร)

2. มีข้อแก้ตัวเสมอ

พนักงานในกลุ่มนี้คือคนที่ไม่คิดจะรับผิดชอบอะไรกับสิ่งที่ตัวเองทำ พวกเขามักมีข้อแก้ตัวเสมอกับเรื่องที่เกิดขึ้นแทนที่จะยืดอกรับผลที่เกิดขึ้น

3. ไม่กระตือรือร้น

พนักงานกลุ่มนี้ไม่ได้คิดที่จะไขว่คว้าหรือท้าทายอะไรใหม่ๆ เมื่อมีงานใหม่ๆ เข้ามา พวกเขาจะเป็นกลุ่มท้ายที่จะรู้สึกตื่นเต้น (หรือบางทีก็ไม่ได้รู้สึกอะไรไปมันเลยในท้ายที่สุด)

4. ไม่ช่วยคนอื่น

พนักงานกลุ่มนี้มักไม่ได้รู้สึกร่วมไปกับเพื่อนคนอื่นๆ ไม่ได้มีความเป็นทีม ฉะนั้นพวกเขาจึงไม่ค่อยคิดเรื่องที่จะช่วยเหลือคนอื่น (แต่ในทางกลับกัน พวกเขากลับมักขอความช่วยเหลือคนอื่น)

5. ซุบซิบนินทา

การนินทามักเป็นบ่อเกิดของรอยร้าวและการทำลายความรู้สึกร่วมของพนักงานต่างๆ แน่นอนว่าจุดเริ่มต้นของมันมักมาจากพนักงานที่ไม่ได้รู้สึกอยากปกป้องบริษัทหรือต้องการให้งานประสบความสำเร็จ (เพราะถ้าพวกเขาอยากให้บริษัทดี พวกเขาก็ย่อมรู้อยู่แล้วว่าการนินทามันไม่ได้เป็นผลดีเลยแม้แต่น้อย)

6. โกหก

การโกหกไม่เคยเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว พนักงานที่มักโกหกก็ย่อมไม่ใช่พนักงานคุณภาพที่คุณอยากมีแน่นอน

7. รู้ไปซะทุกเรื่อง (หรือเปล่า?)

พนักงานบางพวกจะเป็นประเภท “กูรู้” ไปเสียทุกอย่าง จุ้นจ้านไปเสียทุกเรื่อง แต่เอาจริงๆ กลับไม่ได้รู้อะไรจริงๆ จังๆ มั่วก็ไม่น้อย คนเหล่านี้มักกลายเป็นปัญหาเวลาประชุมหรือบริหารงานในแต่ละแผนกเป็นอย่างมาก

8. ไม่สุงสิงกับใคร

การทำงานด้วยตัวคนเดียวก็เรื่องหนึ่ง (อาจจะเพราะข้อจำกัดของงานและตำแหน่ง) แต่การไม่สุงสิงและปฏิสัมพันธ์กับใครก็อีกเรื่องหนึ่ง พนักงานที่ไม่ยุ่งกับใคร ไม่พูดคุยหรือแชร์ประสบการณ์กับใครเลยก็ย่อมมีแนวโน้มที่จะไม่ได้อินไปกับทีมหรือบริษัทมากนักเช่นกัน

9. ไม่รับผิดชอบ

การรับผิดชอบเป็นพื้นฐานของความเป็นมืออาชีพ ถ้าใครไม่รับผิดชอบ มาสาย ไม่ส่งงานตามเวลา คุณก็พอจะรู้ได้เลยว่าเขาไม่ได้รู้สึกจริงจังกับงาน ไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งที่ทำนั้นสำคัญ

10. ไม่ได้มีส่วนร่วมหรือความคิดริเริ่ม

พนักงานที่ดีมักจะอยากมีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่างๆ พยายามสร้างไอเดียใหม่ๆ (แม้จะไม่ได้ทำก็ตาม) แต่พนักงานหลายๆ คนก็เลือกจะอยู่เฉยๆ และรอคำสั่งว่าต้องให้ทำอะไรแทน

11. ไม่สงสัยอะไรเลย

เวลามีเรื่องใหม่ๆ มีการประชุม พนักงานหลายคน (และอาจจะจำนวนมากสำหรับคนไทย) จะเลือกนั่งฟังเฉยๆ ไม่ตั้งคำถาม ไม่พูดแสดงความคิดเห็นอะไรเลย ทั้งนี้เพราะบางคนไม่ได้รู้สึกอินไปกับสิ่งที่คุยกันหรือเฉยๆ ประเภทแบบ “อะไรก็ได้”

12. ไม่พัฒนาตัวเอง

พนักงานหลายคนจะเป็นประเภทพอใจกับสิ่งที่ตัวเองเป็น ไม่คิดจะพัฒนาตัวเอง ไม่คิดจะทำให้สิ่งต่างๆ ดีขึ้นกว่าเดิม

13. ว่อกแว่กอยู่ตลอด

พนักงานที่มีคุณภาพมักจะมีโฟกัสกับงานได้ดี แต่พนักงานบางคนก็จะโฟกัสกับงานที่ทำไม่ได้และมักจะเสียสมาธิกับสิ่งที่มาดึงความสนใจได้ง่ายๆ

infographic-disengaged-employee

เครดิต : http://www.nuttaputch.com/

วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2557

10 สัญญานเตือนโรคติดงาน


จากงานวิจัยทางด้านจิตวิทยาระบุว่าการทำงานหนักจนเสียสมดุลระหว่างเวลางานและชีวิตส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ในชีวิตสมรส ครอบครัว งานอดิเรก หรือว่าการพักผ่อน ถือว่าเป็นโรคติดงานหรือ workaholism คนติดงานมักจะมีความเครียดสูง และมีแนวโน้มจะมีความเจ็บป่วยได้ง่าย โดย 10 สัญญาณเตือนโรคติดงานก็มีดังต่อไปนี้

1. ไม่สนใจคนรอบตัวว่าทำอะไรอยู่
2. กินมื้อกลางวันที่โต๊ะทำงานพร้อมกับทำงานไปด้วย
3. ทำงานจนตึกใกล้ปิดเสมอๆ
4. ทำงานล่วงเวลาจนไม่มีเวลาให้ครอบครัว
5. อีเมลงานให้คนเกี่ยวข้องตอนดึกแทนที่จะใช้เวลาพักผ่อน
6. รู้สึกผิดเมื่อป่วย ลาพักร้อน
7. มักฝันว่าทำงานไม่ดีหรือถูกหัวหน้ากวดขัน
8. เล่าเรื่องงานให้คนในครอบครัวฟังโดยไม่สนใจว่ามีคนฟังรึเปล่า
9. มีเรื่องขัดแย้งกับคนที่ทำงานด้วยบ่อยครั้ง
10. ไม่มีเวลาทำงานอดิเรกที่ตัวเองชอบ

แล้วคุณล่ะเป็นแบบนี้รึเปล่า?



ที่มา: รศ.ดร.อรัญญา ตุ้ยคำภีร์ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รายการจิตวิทยาเพื่อคุณ/ facebook.com/infoxgraphic